แก้ไขข้อมูล

กลุ่มมิตรผล ประกาศวิสัยทัศน์ผู้นำด้านน้ำตาลและชีวพลังงานระดับโลก พร้อมลงทุน 18,000 ล้าน

  • เชื่อมั่นสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วยการจ้างงานเพิ่นขึ้นกว่า 400 อัตรา และกระจายรายได้สู่ชุมชนด้วยเม็ดเงินกว่า 22,000 ล้านบาท

    นายกฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า “ปัจจุบันแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจไทยยังไม่ดีนัก แต่เศรษฐกิจไทยยังคงมีเสถียรภาพที่ดีอยู่ จากสถานการณ์ของบ้านเมืองที่มีความสงบเรียบร้อย รวมทั้งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะกลางและระยะยาวของรัฐบาล จะทำให้ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและนักลงทุนมีมากขึ้น และทำให้เศรษฐกิจไทยในภาพรวมกลับมาสดใสอีกครั้ง เราจึงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ได้ลงทุนกว่า 18,000 ล้านบาท และรวมกับกว่า 65,000 ล้านบาท ใน 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเรามีความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยสร้างงานและรายได้ให้ชุมชน รวมทั้งผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอย่างมั่นคงในระยะยาว”


    “วิสัยทัศน์ของกลุ่มมิตรผล คือการมุ่งสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและชีวพลังงานในระดับโลก โดยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการจัดการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว เรามีการดำเนินกลยุทธ์ใน 4 ด้าน คือ การเสริมความเป็นเลิศด้านการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การพัฒนานวัตกรรมและสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ที่มีความแตกต่าง และการขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ทั้งหมดจะช่วยสร้างความแข็งแกร่ง และผลักดันให้กลุ่มมิตรผลยังสามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง” นายกฤษฎา กล่าว

    ในการดำเนินกลยุทธ์เสริมความเป็นเลิศด้านการผลิต กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งการลงทุนในปี 2558 เป็นรายธุรกิจ ดังนี้

    กลุ่มธุรกิจส่งเสริมและพัฒนาอ้อย จะสนับสนุนงบประมาณเพื่อเผยแพร่แนวทางมิตรผลโมเดิร์นฟาร์มในเขตส่งเสริมการปลูกอ้อยของกลุ่มมิตรผล ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และเพิ่มผลผลิต รวมทั้งลดต้นทุนให้กับชาวไร่อ้อยได้มีอย่างประสิทธิภาพ
    กลุ่มธุรกิจน้ำตาล จะเสริมความเป็นผู้นำด้านการผลิตและการส่งออก โดยลงทุนขยายกำลังการหีบอ้อย ขยายกำลังการผลิตน้ำเชื่อม และการเสริมเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มคุณภาพสินค้า และความปลอดภัย รวมทั้งความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกโรงงาน
    กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน มีแผนลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทยในระยะยาว
    กลุ่มธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ มีแผนลงทุนเพื่อเสริมความเป็นผู้นำของพาเนลพลัส ในตลาดวัสดุทดแทนไม้ระดับพรีเมียม
    ในด้านการพัฒนาการวิจัยและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญกับการค้นคว้าวิจัยเพื่อสร้างแต้มต่อทางธุรกิจ และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด ทั้งการลงทุนในศูนย์นวัตกรรมและการวิจัยมิตรผล 2 แห่งที่ภูเขียว และอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย การคิดค้นเพื่อพัฒนามูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ (High Value Added) ในทุกกลุ่มธุรกิจ เช่น การพัฒนา Solution Partner ให้กับคู่ค้า การพัฒนาน้ำตาลชนิดพิเศษต่างๆ การติดตั้งโซล่าร์ รูฟท็อป การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมเอทานอลไปเป็นการผลิตปุ๋ยวิทยาศาสตร์คุณภาพสูง และผลิตภัณฑ์ไม้เคลือบเมลามีน เป็นต้น


    กลุ่มมิตรผลยังดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกในการสร้างแบรนด์ ผ่านแคมเปญที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแตกต่าง อาทิเช่น กล่มธุรกิจน้ำตาลได้ร่วมกับ สสส. รณรงค์ให้ความรู้ด้านการบริโภคน้ำตาลตามโครงการ“หวานพอดี” และเตรียมที่จะเปิดตัว “แคมเปญเทสตี้ เฮลธ์ตี้” ความจริงใจที่มีต่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย ในส่วนของกลุ่มธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ ได้สร้างความแตกต่างของแบรนด์ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่า ทั้งเรื่องคุณภาพและการคิดค้นดีไซน์รูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตและลูกค้า รวมทั้งการออกบูธในงานเทรดโชว์ และการจัดกิจกรรมร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง

    สำหรับกลยุทธ์ในส่วนสุดท้าย คือการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในต่างประเทศ โดยในสาธารณรัฐประชาชนจีน กลุ่มมิตรผลได้ลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจากชานอ้อยแห่งที่ 2 ขึ้นที่เมืองหนิงหมิง นอกจากนี้ ยังได้ขยายการทำไร่อ้อยแบบมิตรผลโมเดิร์นฟาร์มในเขตส่งเสริมการปลูกอ้อย การขยายสถานีขนถ่ายอ้อยเพื่อช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งให้แก่ชาวไร่ การลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิตน้ำตาลรีไฟน์ที่โรงงานน้ำตาลฝูหนาน รวมถึงการร่วมกับกลุ่มบริษัทศักดิ์สยาม ในการลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยผสมคุณภาพสูงขึ้นที่เมือง หนิงหมิง มณฑลกวางสี เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยที่มีคุณภาพดี ในราคาที่เหมาะสม


    นอกจากนี้ กลุ่มมิตรผล ยังมีแผนที่จะลงทุนติดตั้งระบบชลประทาน Center Pivot อันทันสมัย 7 ตัว ที่โรงงานน้ำตาลในประเทศออสเตรเลีย เพื่อเพิ่มผลผลิตอ้อยและป้องกันปัญหาในช่วงหน้าแล้ง อีกทั้งยังลงทุนโครงการเพิ่มผลผลิตอ้อยที่โรงงานเซาท์ จอห์นสตัน รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ในการทำไร่อ้อยแบบมิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม ให้แก่เกษตรกรใน สปป.ลาว อีกด้วย


    “ปัจจุบันกลุ่มมิตรผลเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำตาลอันดับที่ 1 ของไทย และอันดับที่ 4 ของโลก นอกจากนี้เรายังเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าชีวมวลอันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นผู้ผลิตเอทานอลอันดับ 1 ในเอเชีย เราเชื่อมั่นว่าด้วยกลยุทธ์ทั้ง 4 ด้าน จะช่วยผลักดันการเติบโตของกลุ่มมิตรผลให้สามารถครองความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและชีวพลังงาน รวมทั้งก้าวไปสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในอนาคตได้อย่างเต็มภาคภูมิ


    “เหนือสิ่งอื่นใด เราภูมิใจที่ได้มีส่วนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย ทั้งในด้านการลงทุนและการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนและชุมชน ซึ่งถือเป็นปณิธาณภายใต้แนวคิด ‘สร้างคุณค่า สร้างอนาคต’ ที่กลุ่มมิตรผลยึดมั่นเสมอมา” นายกฤษฎา กล่าวทิ้งท้าย

ย้อนกลับ

Information

ปิดหน้าต่าง